www.tobnom.com
change language service product success web board contact us
 
 

คนส่วนใหญ่อาจมองเหน้าอกหรือเต้านม ว่า เป็นสัญลักษณ์ของเพศหญิง โดยที่ทารกอาจเห็น เต้านมเป็นแหล่งอาหาร ขณะที่ผู้ชายมองเห็นเต้านมเป็นความเซ็กซี่ แต่สำหรับแพทย์อาจมองเห็น เต้านมเป็นแหล่งรวมโรคมากมาย

ความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้ที่เต้านมของผู้หญิง มีอยู่ 2 อย่าง ที่คนทั่วไปคุ้นเคย ก็คือ มะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญ ของการเสียชีวิต ของผู้หญิงส่วนใหญ่ทั่วทั้งโลก และซีสต์ ซึ่งพได้บ่อยๆ โดยไม่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต

มะเร็งเต้านม นับเป็นชื่อที่ผู้หญิงทุกคนกังวล เกิดจากการเติบโตอย่างเร็วผิดปกติของเซลล์ ทุกวันนี้ ผู้หญิงมีความรู้เรื่อง โรคมะเร็งเต้านม เป็นอย่างดี เพียงแต่ว่าไม่ค่อยได้นำ วิธีการปฏิบัติตัว เพื่อหลีกเลี่ยง มะเร็งเต้านม มาปฏิบัติกันมากนัก

กินอยู่อย่างไรป้องกันมะเร็งเต้านม

ผลวิจัยชี้ว่า อาหารอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งของ มะเร็งเต้านม ควบคู่กันพฤติกรรมการไม่กิน ผัก และไม่ชอบถูกแดด โดยงานวิจัยของแกรนท์ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร เกี่ยวกับโรคมะเร็ง ชื่อ Cancer เผยถึงความสัมพันธ์ ระหว่างการเสียชีวิตด้วย มะเร็งเต้านม กับแสงแดด พบว่า การได้รับ รังสียูวีบี ซึ่งช่วยสร้างวิตามินดี สามารถลดอัตราการตายใน กลุ่มคนไข้มะเร็งเต้านมได้

1. ลดอาหารไขมันสูงและเนื้อแดง บริโภค ผัก ผลไม้ ผู้หญิงที่กินไข่ ไขมันพืช และใยอาหารมาก ตอนที่มีอายุ 12-18 ปี มีแนวโน้ม น้อยลงที่จะเป็น มะเร็งเต้านม ขณะเดียวกัน เด็กสาวที่กินเนยมากๆ มีโอกาสสูงขึ้นที่จะเป็นโรคนี้

การกินอาหารมังสวิรัติ ก็ช่วยลดโอกาส เสี่ยงต่อโรคมะเร็งเต้านมได้ เนื่องจากการกินผัก และพืชจำพวกถั่ว จะช่วยลดอัตราเสี่ยงได้ เช่นเดียวกับการบริโภค อาหารไขมันต่ำ และปลาก็มีวิตามินดี และน้ำมันระเหยต่างๆ สูง ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อ มะเร็งด้วย

2. ออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 ชม. การออกกำลังและบริหาร ทรวงอกสม่ำเสมอ จะช่วยให้เกิดภูมิต้านทานมะเร็ง ในยีนและทำให้ลดความเสี่ยงลง

3. งดดื่มเหล้า และสูบบุหรี่ ผลวิจัยระบุว่า ผู้หญิงอายุ 30 ปีขึ้นไป ที่ดื่มเหล้าติดต่อกัน 2 ปี และสูบบุหรี่ วันละ 1 ซอง นานกว่า 20 ปี จะเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม กว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ 7.48 เท่า อย่างไรก็ดี งานวิจัยบางชิ้นก็ระบุว่า การดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ นั้นอยู่ในความเสี่ยง แต่หากบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะก็ จะไม่มีผล

ส่วนบุหรี่ยังคงเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ว่า เป็นตัวก่อมะเร็งเต้านม จริงหรือไม่ แต่ที่พิสูจน์ ได้ก็คือ การสูบบุหรี่ มีส่วนทำให้เกิดการติดเชื้อ ที่บริเวณหัวนม เนื่องจากร่างกาย ได้รับผลกระทบ จากอนุมูลอิสระ โดยจะเข้าไปรบกวนการทำงานของท่อหลอดน้ำนม

งานวิจัยอีกชิ้นระบุว่า คนที่เริ่มสูบบุหรี่ตั้งแต่ย่าง เข้าสู่วัยรุ่นมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมสูงกว่า คนที่ไม่สูบถึง 70% เพราะเนื้อเยื่อมะเร็งเต้านม อาจมีความไวเป็นพิเศษ ต่อสารก่อมะเร็งในช่วง การแตกเนื้อสาว ซึ่งหน้าอกกำลังมีการพัฒนา

4. ควบคุมน้ำหนัก ความอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยง ทำให้เกิดมะเร็งเต้านม เพราะเซลล์ไขมัน ที่มีจำนวนมาก จะเป็นแหล่ง สร้างฮอร์โมน เอสโตรเจนซึ่งไปกระตุ้น การเจริญเติบโต ของมะเร็งเต้านม

5. การฉีดหรือรับประทานฮอร์โมน เพื่อเพิ่มขนาดหน้าอก ก็เป็นปัจจัยเสี่ยง เพราะจะยิ่งกระตุ้นเซลล์ มะเร็งเต้านม ดังนั้น ผู้ที่จะเสร้มหน้าอก ด้วยวิธีนี้จะต้องตรวจร่างกาย ให้แน่ใจว่า ไม่ป่วยเป็นมะเร็ง

นอกจากนี้ การใช้ฮอร์โมนเสริม เพื่อการบำบัด สภาวะของสตรีวัยทอง ก็เป็นความเสี่ยงได้ สตรีที่เป็นมะเร็งเต้านม มักมีฮอร์โมนเพศหญิงอยู่ในระที่สูงกว่าสตรีปกติ รวมทั้งสตรีที่รับประทานยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน เพียงอย่างเดียว ตั้งแต่อายุยังน้อย ติดต่อกันนาน กว่า 8 ปี ก่อนตั้งครรภ์ ครั้งแรก จะมีความเสี่ยงสูงต่อ การเป็นมะเร็งเต้านม ก่อนอายุ 35 ปี

6. การไม่สวมชุดชั้นใน หรือนักกีฬาที่มักจะใส่ ชุดชั้นในที่บีบรัดเกินไป จะเกิดมะเร็งเต้านม หรือไม่ ยังไม่มีการยืนยัน แต่จากทฤษฎีของการเกิด มะเร็ง มักมาจากการระคายเคือง ดังนั้น ควรจะใส่ชุดชั้นในที่มีขนาดเหมาะสมกับหน้าอก จะปลอดภัยกว่า

7. วิธีที่ดีที่สุดในการรักษามะเร็งเต้านม คือ การตรวจพบให้เร็วที่สุด ควรจรวจคลำ เต้านมด้วยตัวเองทุกเดือน เพราะ 70% ของผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ คลำพบก้อนเนื้อใน เต้านมด้วยตนเอง

ซีสต์ในเต้านม

ซีสต์ ส่วนใหญ่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย โดยปกติซีสต์ไม่ใช่เรื่องร้ายแรง ป้องกัน ได้ด้วย การรับประทานอาหารที่เป็น ประโยชน์ต่อ ร่างกาย เพื่อต้านการเป็นซีสต์ อาหารต้านเนื้องอก ได้แก่ พืชผักใบเขียว พืชที่มีสีส้ม สีแดง สีเหลือง รวมถึงถั่ว และผลไม้ที่ให้วิตามินซี ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมันสูง ของหมักดองที่มีรสเค็ม ลดปริมาณไขมัน จากเนื้อสัตว์ นม เนย ชิส ไอศกรีม ต่างๆ เพิ่มอาหารพวกผักและผลไม้สดแทน

โดยสถิติแล้ว การพบก้อนในเต้านมของผู้หญิง อายุ 15-30 ปี มักจะเป็นการก้อนเนื้อธรรมดา, อายุ 30-40 ปี มักจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของก้อนเนื้อธรรมดา (Fibrocystic), อายุ 45 ปี - วัยก่อนหมด ประจำเดือน มักจะเป็นซีสต์(ถุงน้ำ), 40 ปีขึ้นไป หรือหลังหมดประจำเดือน มีโอกาส เป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น

อาการของเต้านมอื่นๆ ที่ต้องรีบปรึกษาแพทย์
    • ก้อน, ไตแข็ง, หรือเนื้อเต้านมหนาตัวขึ้น ผิดปกติ
    • อาการบวม, แดง, ร้อน ของบริเวณเต้านมที่ไม่หายได้เอง
    • เต้านมมีขนาดหรือรูปร่างเปลี่ยนไป
    • รอยบุ๋มของผิวเต้านมหรือหัวนมที่เกิดขึ้นใหม่
    • แผล, ผื่น อาการคันบริเวณเต้านม

 
 

• มะเร็งเต้านม ภัยร้ายกาจสำหรับผู้หญิง อ่านต่อ...

กินอยู่อย่างไรป้องกัน มะเร็งเต้านม อ่านต่อ...

12 คำถามยอดฮิต เกี่ยวกับ มะเร็งเต้านม อ่านต่อ...